ยูโรป้า 2023-24 | เรื่องที่ต้องรู้ไว้ก่อนดู ! มีอะไรบ้าง?

ยูโรป้า

ยูโรป้าลีก (UEFA Europa League) เป็นการแข่งขันฟุตบอลสโมสรระดับทวีปยุโรป ลำดับที่สองรองจากยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก จัดขึ้นโดยสหพันธ์ฟุตบอลแห่งยุโรป (ยูฟ่า) การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1971 ภายใต้ชื่อ ยูฟ่าคัพ (UEFA Cup) และเปลี่ยนชื่อเป็นยูโรป้าลีกในปี ค.ศ. 2009

ยูโรป้าลีกเป็นการแข่งขันสำหรับสโมสรฟุตบอลที่จบอันดับที่ 3-6 ของแต่ละลีกในยุโรปที่เข้าร่วมการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รวมไปถึงสโมสรที่ชนะเลิศฟุตบอลถ้วยของแต่ละลีก และสโมสรที่ตกรอบจากรอบคัดเลือกของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

ยูโรป้าลีกมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 58 ทีม จาก 54 ประเทศสมาชิกยูฟ่า ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันจะแบ่งออกเป็นสามรอบหลักๆ ได้แก่ รอบคัดเลือก รอบแบ่งกลุ่ม และรอบน็อคเอาท์

การแข่งขันยูโรป้าลีกจะแบ่งออกเป็น 3 รอบ ได้แก่ รอบคัดเลือก รอบแบ่งกลุ่ม และรอบน็อคเอาต์ รอบคัดเลือกจะแบ่งออกเป็น 3 รอบย่อย ได้แก่ รอบคัดเลือกรอบแรก รอบคัดเลือกรอบที่สอง และรอบคัดเลือกรอบสาม รอบแบ่งกลุ่มจะแบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ทีมที่จบอันดับที่ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่มจะได้ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

รอบน็อคเอาต์จะเริ่มต้นด้วยรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทีมที่ชนะเลิศจะผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย รอบรองชนะเลิศ รอบชิงชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศรอง ทีมที่ชนะเลิศรอบชิงชนะเลิศรองจะได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

ทีมที่ชนะเลิศยูโรป้าลีกจะได้สิทธิ์ลงเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่มในฤดูกาลถัดไป และจะได้สิทธิ์ลงเล่นในยูฟ่าซูเปอร์คัพ

จากบทความข้างต้น ทำให้เราได้ทำความรู้จักเกี่ยวกับ ยูโรป้า มาพอสมควรแล้วบ้าง ต่อไปนี้จะเป็นบทความวิเคราะห์ต่างๆ และ เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ ยูโรป้า 2023-24

ยูโรป้า 2023-24 – ทีมใดจะคว้าแชมป์ ? ฟันธง 4 ทีมเต็ง!

ยูโรป้า 2023-24 ฤดูกาลนี้เต็มไปด้วยทีมชั้นนำจากทั่วยุโรป การแข่งขันจึงดุเดือดและน่าติดตามเป็นอย่างมาก แฟนบอลฟุตบอลทั่วโลกต่างจับตามองว่าทีมใดจะคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้

เดินทางมาถึงรอบจับสลาก 16 ทีมสุดท้ายแล้ว บรรดาทีมเต็งต่างก็ผ่านเข้ารอบมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เหลือเพียงคำถามเดียวว่าทีมใดจะคว้าแชมป์รายการนี้ไปครอง มาดูกันว่า 4 ทีมเต็งแชมป์ในฤดูกาลนี้มีใครบ้าง ? 

ลิเวอร์พูล
  1. ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ ยูโรป้า ลีก ฤดูกาล 2023-24 ในฐานะแชมป์กลุ่ม E 

จุดเด่น : ลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้อยู่ที่เกมรุกของพวกเขา โดยพวกเขามีกองหน้าตัวเก่งอย่าง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และ หลุยส์ ดิอาซ ที่สามารถทำประตูให้กับทีมได้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ พวกเขายังมีกองกลางตัวรุกอย่าง ติอาโก อัลกันตารา และ ฟาบินโญ ที่คอยสนับสนุนเกมรุกได้เป็นอย่างดี

เกมรับ : เกมรับของลิเวอร์พูลก็ถือว่าทำได้ดี โดยมีแผงหลังที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก ที่ถือเป็นปราการด่านสุดท้ายที่เหนียวแน่นที่สุดคนหนึ่งของโลก โดยพวกเขาเสียประตูไปเพียง 2 ประตูในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งน้อยที่สุดเป็นอันดับ 1 ของรอบแบ่งกลุ่ม

นอกจากนี้ ลิเวอร์พูลยังมีความได้เปรียบอย่างมาก เนื่องจากพวกเขาเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันรายการนี้ โดยพวกเขาเคยคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก มาแล้วถึง 3 สมัย นั่นคือในปี 1973, 1976 และ 2001

ลิเวอร์พูล เป็นทีมเต็งแชมป์ยูโรป้าลีกด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้

  • พวกเขาเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอังกฤษในยุคปัจจุบัน โดยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, เอฟเอคัพ 8 สมัย, ลีกคัพ 3 สมัย, ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 6 สมัย และยูโรปาลีก 3 สมัย 
  • พวกเขามีผู้จัดการทีมที่เก่งกาจอย่างเจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งเคยพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกมาแล้ว
  • พวกเขายังมีนักเตะชั้นนำมากมายในทีม ไม่ว่าจะเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน, โรเบิร์ตสัน, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เป็นต้น 
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น
  1. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ ยูโรป้า ลีก ฤดูกาล 2023-24 ในฐานะแชมป์กลุ่ม H

จุดเด่น : เลเวอร์คูเซ่นในฤดูกาลนี้อยู่ที่เกมรุกของพวกเขา โดยพวกเขามีกองหน้าตัวเก่งอย่าง ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ ที่สามารถสร้างสรรค์โอกาสและยิงประตูให้กับทีมได้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ พวกเขายังมีกองกลางตัวรุกอย่าง เจเรมี่ ฟริมปง และ อเล็กซ์ กริมัลโด้ ที่คอยสนับสนุนเกมรุกได้เป็นอย่างดี

เกมรับ : เกมรับของเลเวอร์คูเซ่นก็ถือว่าทำได้ดี โดยพวกเขาเสียประตูไปเพียง 5 ประตูในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของรอบแบ่งกลุ่ม รองจาก บียาร์เรอัล ที่เสียไปเพียง 4 ประตูเท่านั้น

โรม่า
  1. โรม่า

โรม่า จบอันดับ 6 ในเซเรียอา อิตาลี ฤดูกาล 2022-23 ทำให้ได้สิทธิ์แข่งขันยูโรป้าลีก ฤดูกาล 2023-24

โรม่าเป็นทีมที่มีศักยภาพสูง มีทั้งผู้เล่นฝีเท้าดีและมีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็น แทมมี อับราฮัม, นิโคโล ซานิโอโล, ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี, และ มาร์ติน โอเดการ์ด โรม่ามีเกมรุกที่ดุดัน และเกมรับที่เหนียวแน่น

จุดเด่น : โรม่าเป็นทีมที่มีศักยภาพสูง มีทั้งผู้เล่นฝีเท้าดีและมีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็น แทมมี อับราฮัม, นิโคโล ซานิโอโล, ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี, และ มาร์ติน โอเดการ์ด โรม่ามีเกมรุกที่ดุดัน และเกมรับที่เหนียวแน่น

เกมรับ : เกมรับของโรม่าอยู่ที่ความแข็งแกร่งและความเหนียวแน่น โรม่ามักจะตั้งรับแบบลึก เน้นการรอจังหวะสวนกลับ ผู้เล่นแนวรับของโรม่าต่างมีความแข็งแกร่งและสามารถเข้าปะทะได้ดี รวมไปถึงผู้เล่นตัวกลางอย่าง นิโกโล ซานิโอโล ที่สามารถลงมาช่วยเกมรับได้อีกด้วย

ไบรท์ตัน
  1. ไบรท์ตัน

ไบรท์ตัน จบอันดับ 9 ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2022-23 ทำให้ได้สิทธิ์แข่งขันยูโรป้าลีก ฤดูกาล 2023-24

ไบรท์ตันเป็นทีมที่มีเกมรุกที่ดุดัน โดยมีผู้เล่นอย่าง อารอน คอนนอลลี, อีธาน อิงส์, และ ยูเรียน ทิมเมอร์ ที่สามารถสร้างสรรค์โอกาสและยิงประตูได้

จุดเด่น : ไบรท์ตันเป็นทีมที่มีเกมรุกที่สวยงามและอันตราย ทีมมีผู้เล่นแนวรุกที่มีความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เลอันโดร ทรอสซาร์ ดาวเตะชาวอาร์เจนตินา, อาโยเซ่ อัลคัลลานี่ ดาวรุ่งทีมชาติสเปน, และ แดน เบิร์น กองหน้าตัวเก่งของทีม

เกมรับ : เกมรับของไบรท์ตันในฤดูกาล 2023-24 ถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง โดยในรอบแบ่งกลุ่ม ทีมเสียประตูไปเพียง 12 ประตู จาก 6 นัด เท่ากับทีมรองแชมป์กลุ่มอย่างเลเวอร์คูเซ่น

จุดเด่นของเกมรับของไบรท์ตันอยู่ที่ความเหนียวแน่นและความรวดเร็ว ทีมมีผู้เล่นแนวรับที่แข็งแกร่งและสามารถเข้าปะทะได้ดี รวมไปถึงผู้เล่นตัวกลางที่สามารถลงมาช่วยเกมรับได้อีกด้วย

ไบรท์ตันเป็นทีมที่แข็งแกร่งอีกทีมจากอังกฤษ พวกเขาเพิ่งคว้าแชมป์เอฟเอคัพมาครองได้ และยังมีผู้เล่นชั้นนำมากมายในทีม ไม่ว่าจะเป็น บรูโน ลาเมล่า, อีฟส์ บิสซูม่า, มาร์คุส โรช เป็นต้น

ทั้งนี้ การแข่งขันยูโรป้าลีกยังมีทีมเต็งอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เวสต์แฮม, บียาร์เรอัล, เรอัล เบติส, อาตาลันตา เป็นต้น ทีมเหล่านี้ล้วนมีศักยภาพที่จะคว้าแชมป์ได้เช่นกัน

ยูโรป้า 2023-24 – มีกฎกติกาใหม่ อะไรบ้าง ?

กฎกติกาใหม่ ยูโรป้า 2023-24 ส่งผลกระทบต่อทีมไหน ด้านไหนบ้าง ดังนี้ 

  • ยกเลิกกฎอเวย์โกล

กฎอเวย์โกล เป็นกฎที่ระบุว่าหากทีมทั้งสองทีมเสมอกันหลังแข่งขันทั้งสองนัด ทีมที่มีประตูได้มากกว่าในนัดเยือนจะได้เข้ารอบต่อไป กฎดังกล่าวถูกยกเลิกลงตั้งแต่ฤดูกาล 2023-24 เป็นต้นไป โดยหากทีมทั้งสองทีมเสมอกันหลังแข่งขันทั้งสองนัด จะมีการต่อเวลาพิเศษ 30 นาที หากยังเสมอกันอีก จะมีการยิงจุดโทษตัดสิน

กฎอเวย์โกล ส่งผลดีต่อทีมจากลีกระดับล่าง เนื่องจากทีมจากลีกระดับล่างมักมีปัญหาในการเล่นนอกบ้าน ทำให้โอกาสที่จะชนะทีมจากลีกระดับสูงในนัดเยือนมีน้อยลง การยกเลิกกฎอเวย์โกลจะทำให้ทีมจากลีกระดับล่างมีโอกาสเข้ารอบต่อไปมากขึ้น

  • เพิ่มทีมจากลีกระดับล่าง

ยูฟ่าได้เพิ่มจำนวนทีมจากลีกระดับล่างในยูโรป้า 2023-24 โดยเพิ่มจาก 10 ทีม เป็น 16 ทีม ทีมที่มาจากลีกระดับล่างจะแข่งขันในรอบเพลย์ออฟรอบแรก เพื่อหาทีมเข้ารอบแบ่งกลุ่ม 16 ทีม

เพิ่มทีมจากลีกระดับล่าง ส่งผลดีต่อทีมจากลีกระดับล่างเช่นกัน เนื่องจากทำให้ทีมจากลีกระดับล่างมีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งจะทำให้การแข่งขันมีความหลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น

  • เปลี่ยนวันแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

วันแข่งขันรอบชิงชนะเลิศยูโรป้า 2023-24 ได้ถูกเปลี่ยนจากวันอาทิตย์ เป็นวันเสาร์ เพื่อให้สอดคล้องกับวันแข่งขันรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

เปลี่ยนวันแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ส่งผลดีต่อทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ เนื่องจากจะทำให้ทีมสามารถเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศได้มากขึ้น โดยก่อนหน้านี้รอบชิงชนะเลิศยูโรป้ามักจะแข่งขันในวันวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันทำงาน ทำให้ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศอาจต้องเสียนักเตะสำคัญไปเนื่องจากต้องลงเล่นในเกมลีกในวันเดียวกัน

นอกจากนี้ ยูฟ่ายังได้เปลี่ยนแปลงกฎอื่นๆ เล็กน้อย เช่น อนุญาตให้เปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ 5 คนต่อเกม อนุญาตให้ใช้เทคโนโลยี VAR ในการแข่งขัน เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงกฎกติกาใหม่เหล่านี้ ยูฟ่าหวังที่จะสร้างความตื่นเต้นและความเป็นธรรมให้กับการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งโดยรวมแล้ว กฎกติกาใหม่ของยูโรป้า 2023-24 ส่งผลดีต่อทีมจากลีกระดับล่างมากกว่าทีมจากลีกระดับสูง

ยูโรป้า

เจาะลึกสถิติ ยูโรป้า มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?

สถิติเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญในการวิเคราะห์และเข้าใจข้อมูลในการดูบอลและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของคู่บอลที่สนใจ สถิติในยูโรป้าและตัวเลขที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลย

  1. สโมสรที่ยิงประตูได้มากที่สุดในยูโรป้า
  • อันดับ 1 เซบีญ่า (สเปน) – 1,169 ประตู
  • อันดับ 2 อาร์เซนอล (อังกฤษ) – 1,150 ประตู
  • อันดับ 3 เลเวอร์คูเซ่น (เยอรมนี) – 1,120 ประตู

เซบีญ่าเป็นสโมสรจากสเปนที่ได้แชมป์ยูโรปาลีกมากที่สุดถึง 7 สมัย และครองอันดับสโมสรที่ยิงประตูได้มากที่สุดในยูโรปาลีกด้วย อาร์เซนอลเป็นสโมสรจากอังกฤษที่ผ่านเข้ารอบลึกในการแข่งขันยูโรปาลีกบ่อยครั้ง และเลเวอร์คูเซ่นเป็นสโมสรจากเยอรมนีที่มีผลงานดีในการแข่งขันยูโรปาลีกมาหลายฤดูกาล

  1. ผู้เล่นที่ทำประตูได้มากที่สุดในยูโรป้า (รอบแบ่งกลุ่มถึงรอบชิงชนะเลิศ)

ผู้เล่นที่ทำประตูได้มากที่สุดในยูโรป้า 3 อันดับ ได้แก่ 

  • อันดับ 1 ราดาเมล ฟัลเกา (ปอร์โต้, แอตเลติโก มาดริด) ยิงไป 30 ประตู 
  • อันดับ 2 ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง (ดอร์ทมุนด์, อาร์เซน่อล, บาร์เซโลนา, มาร์กเซย) ยิงไป 29 ประตู
  • อันดับ 3 อาริตซ์ อาดูริซ (แอธเลติกคลับ) ยิงไป 26 ประตู
  1. ทีมที่เก็บคลีนชีตได้มากที่สุดในยูโรป้า
  • อันดับ 1 ทีมเรอัลโซซิเอดัด จากสเปน โดยเก็บคลีนชีตได้ทั้งหมด 11 นัด จาก 16 นัด ที่ลงเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มและรอบน็อคเอาท์ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์การเก็บคลีนชีตสูงถึง 67.86%
  • อันดับ 2 เคไอ คลากสวิก จากนอร์เวย์ เก็บคลีนชีตได้ 10 นัด จาก 16 นัด คิดเป็นเปอร์เซ็นต์การเก็บคลีนชีต 62.5%
  • อันดับ 3 สปาร์ต้า ปราก จากสาธารณรัฐเช็ก เก็บคลีนชีตได้ 10 นัด จาก 16 นัด คิดเป็นเปอร์เซ็นต์การเก็บคลีนชีต 62.5%

ทั้งนี้ ทีมที่เก็บคลีนชีตได้มากที่สุดในยูโรป้าในแต่ละฤดูกาลอาจแตกต่างกันไป เนื่องจากรูปแบบการแข่งขันและคู่แข่งที่ลงเล่นในแต่ละปีข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

  1. ทีมที่ยิงจุดโทษได้มากที่สุดในยูโรป้า
  • อันดับ 1 เซบีญา จากสเปน ยิงจุดโทษไปแล้วทั้งหมด 62 ครั้ง ในการแข่งขันยูโรปาลีก ในทุกๆฤดูกาลที่ลงแข่งขัน โดยชนะจุดโทษ 38 ครั้ง แพ้จุดโทษ 24 ครั้ง
  • อันดับ 2 โรมา จากอิตาลี โดยยิงจุดโทษไปแล้วทั้งหมด 58 ครั้ง ในการแข่งขันยูโรปาลีก ในทุกๆ ฤดูกาลที่ลงแข่งขัน โดยชนะจุดโทษ 34 ครั้ง แพ้จุดโทษ 24 ครั้ง
  • อันดับ 3 บาร์เซโลนา จากสเปน โดยยิงจุดโทษไปแล้วทั้งหมด 56 ครั้ง ในการแข่งขันยูโรปาลีก ทุกๆ ฤดูกาลที่ลงแข่งขัน โดยชนะจุดโทษ 32 ครั้ง แพ้จุดโทษ 24 ครั้ง

นอกจากนี้ สาเหตุที่ทีมจากสเปนมักจะยิงจุดโทษได้มากที่สุดในยูโรปาลีกนั้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทีมจากสเปนมักจะเป็นทีมที่แข็งแกร่ง และมักจะผ่านเข้าไปถึงรอบลึกๆ ของการแข่งขันบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้มีโอกาสที่จะเข้าไปเล่นในนัดชิงชนะเลิศ หรือรอบเพลย์ออฟที่ต้องมีการตัดสินด้วยการดวลจุดโทษมากขึ้น

  1. ผู้เล่นที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดในยูโรป้า

ผู้เล่นที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดในยูโรป้า 3 อันดับ ได้แก่ 

  • อันดับ 1 ด็อคคาล (สปาร์ต้า ปราก) ทำแอสซิสต์ไปทั้งหมด 24 ครั้ง 
  • อันดับ 2 บรูโน่ เฟอร์นานเดส (แมนฯ ยูไนเต็ด) ทำแอสซิสต์ไปทั้งหมด 19 ครั้ง
  • อันดับ 3 เมอร์เทนส์ (นาโปลี) ทำแอสซิสต์ไปทั้งหมด 18 ครั้ง

ทั้งนี้ สถิติดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากการแข่งขันฟุตบอลยังมีอีกหลายนัดเหลืออยู่

ติดตามอัพเดทข้อมูลใหม่บทความเกี่ยวกับยูโรป้าก่อนใครได้ที่นี่

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest